เรตินอลคืออะไร? กุญแจสู่ผิวอ่อนเยาว์ด้วย L'Oreal Paris

มีนาคม 17, 2569
เมื่อพูดถึงสกินแคร์ที่แพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลปัญหาผิวร่วงโรยตามวัย ชื่อของ "เรตินอล" มักจะถูกพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี แต่ยังคงมีข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วส่วนผสมยอดฮิตนี้คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน สารสกัดอันทรงพลังที่ถูกพัฒนามาจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือที่รู้จักกันในแวดวงความงามว่า เรตินอลวิตามินเอ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพให้กลับมาแลดูเต่งตึงและเรียบเนียนอีกครั้ง

วันนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกเรื่องราวเกี่ยวกับเรตินอลสำหรับผิว ตั้งแต่ความรู้พื้นฐาน กลไกการทำงานเรตินอลชะลอวัย ไปจนถึงวิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เพื่อให้การกู้คืนผิวสวยกระชับและดูสุขภาพดีเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนที่สุด

สารบัญ

เรตินอลคืออะไร?

การฉลองวันเกิดทุกปีเป็นเรื่องน่าสนุก แต่ริ้วรอยบนใบหน้าไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลย แต่เรามีเรตินอลเป็นตัวช่วยค่ะ ข้อมูลจาก Cleveland Clinic (AAD) กล่าวว่าเรตินอล คือ อนุพันธ์วิตามินเอ ที่พบในผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย เรตินอล คือหนึ่งในสารประเภทเรตินอยด์ ซึ่งเป็นคำที่ใช้อธิบายอนุพันธ์วิตามินเอต่างๆ

Editor’s Note: อะไรคือ วิตามินเอ? จาก National Institutes of Health วิตามินเอ คือ วิตามินที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม การมองเห็นที่ปกติ ระบบภูมิคุ้มกัน และการสืบพันธุ์

เรตินอล ทำงานอย่างไร?

คุณคงจะถามตัวเองอยู่ว่า เรตินอลมันเวิร์คจริงมั้ย? เวิรค์อย่างไร? มีประโยชน์อะไรบ้าง? ข้อมูลจาก Journal of Cosmetic Dermatology กล่าวว่าเรตินอลมีผลกระทบต่อเซลล์และโมเลกุลของหนังกำพร้าและผิวหนังแท้ การวิจัยของ NCBI แสดงให้เห็นว่าเรตินอลสามารถทำให้ริ้วรอยแห่งวัยบนใบหน้าดูจางลง ข้อมูลจาก AAD กล่าวว่าเรตินอลสามารถช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้ผิวดูส่วางใส

ยิ่งไปกว่านั้น Mayo Clinic กล่าวว่า เรตินอล เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนผิว

สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจก็คือ เรตินอล ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง ก็สามารถทำให้ผิวรู้สึกแห้งได้ เวลาใช้ก็ต้องในปริมาณที่เหมาะสมด้วย Less is more นะคะสาวๆ

ประโยชน์ของเรตินอลต่อผิว

นอกเหนือจากการเป็นที่รู้จักในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ประโยชน์เรตินอลยังมีอีกมากมายที่ช่วยยกระดับสุขภาพผิวแบบองค์รวม เมื่อมีการใช้อย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสม นี่คือผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมที่ผิวจะได้รับ:
  • ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก: ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยเติมเต็มร่องลึก ทำให้ผิวดูเต่งตึงและริ้วรอยตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ชะลอวัย (Anti-Aging): ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป เผยผิวใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์ สดใส และมีสุขภาพดีกว่าเดิม
  • ลดการอุดตันของรูขุมขน: ป้องกันการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกในรูขุมขน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ
  • ปรับผิวกระจ่างใส สม่ำเสมอ: มีส่วนช่วยในการลดเลือนจุดด่างดำ รอยดำจากสิว ฝ้า และกระ ทำให้สีผิวดูเรียบเนียนและสว่างกระจ่างใสขึ้น
  • ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ: ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายโดยมลภาวะและสภาพแวดล้อมภายนอก

ผลข้างเคียงของเรตินอล

แม้จะเป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ผลข้างเคียงเรตินอลก็เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่มีเรตินอลผิวแพ้ง่าย อาการที่อาจพบได้ในช่วงแรกของการใช้ ได้แก่
  • ผิวแห้งลอกและเป็นขุย: เกิดจากกระบวนการที่เซลล์ผิวถูกเร่งการผลัดตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้ผิวชั้นนอกสูญเสียความชุ่มชื้น
  • อาการระคายเคืองและรอยแดง: ผิวอาจมีความรู้สึกแสบยิบ ๆ คัน หรือมีรอยแดงจาง ๆ ในบริเวณที่ทาผลิตภัณฑ์
  • ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น: ผิวที่ถูกผลัดเซลล์ใหม่จะมีความบอบบางและไวต่อรังสียูวี ทำให้เสี่ยงต่อการคล้ำเสียได้ง่ายขึ้น
คำแนะนำในการเริ่มต้นใช้: ควรเริ่มต้นทาในปริมาณน้อย ๆ เช่น ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว และใช้เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงแรก เพื่อให้ผิวได้ค่อย ๆ ปรับตัว ที่สำคัญที่สุดคือการใช้ควบคู่กับมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวและลดโอกาสเกิดการระคายเคืองให้เหลือน้อยที่สุด

วิธีใช้เรตินอล

ถ้าคุณสนใจ ใช้เรตินอลบำรุงเป็นประจำในชีวิตประจำวัน สถาบัน AAD แนะนำให้ใช้ปริมาณเล็กน้อยในตอนเริ่มแรก ให้ผิวคุณปรับสภาพรับส่วนผสมนี้ให้ได้เสียก่อน เพราะเรตินอล อาจจะทำให้ผิวแห้งได้

การใช้ตอนกลางคืน

ปกติแล้วเรตินอล เหมาะกับการใช้ตอนกลางคืน ดังที่ Food &Drug Adminisstration (FDA) ที่สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เรตินอลสามารถทำให้ผิวรู้สึกบอบบางได้ ข้อมูลจาก Harvard Medical School กล่าวว่า เรตินอล สามารถทำให้ผิวรู้สึกแห้ง และเกิดการระคายเคืองได้ แพทย์ก็จะแนะนำให้เริ่มใช้วันเว้นวันก่อน และเมื่อผิวเริ่มเคยชินกับมัน และไม่เกิดอาการระคายเคือง ค่อยเริ่มปรับมาใช้ทุกวันได้ ไม่ว่าคุณจะใช้บ่อยแค่ไหน ทุกครั้งที่ใช้ เรตินอล คุณควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ตามด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง

การใช้ในตอนเช้า

ปกติแล้ว คุณควรจะใช้ครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB (Broad Spectrum) ที่มี SPF15เป็นอย่างน้อย ถ้าใช้เรตินอลแล้ว การทาครีมกันแดดทุกเช้าเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าปกติ เพราะ เรตินอล สามารถทำให้ผิวไวต่อแสงแดด สาวๆจึงควรทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายในสกินแคร์รูทีน ก่อนลงเมคอัพค่ะ นอกจากนั้นนั้นแล้ว คุณควรใช้ทาครีมกันแดดเพิ่ม ทุก2 ชั่วโมง ตามคำแนะนำจาก FDA และปกปิดผิวส่วนที่โดนแดดด้วยเสื้อแขนยาว กางเกง และหมวกปีก แว่นตากันแดด และอยู่ในร่ม จำกัดเวลาที่โดนแดด โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00น. ถึง 14.00 น.


เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนใช้กันแดด

คุณสามารถหาเรตินอลได้ที่ไหนบ้าง?

ที่ลอรีอัล ปารีส เราก็มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสม เรตินอล มากมายให้คุณลองด้วยตัวเอง

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดย์ครีม เอสพีเอฟ 35

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดย์ครีม SPF 35 บำรุงผิวหน้าด้วยโปร-เรตินอล

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดย์ครีม เอสพีเอฟ 35 ครีมบำรุงผิวหน้าในเวลากลางวันสูตรอัพเกรดใหม่ ด้วยพลังของ โปร-เรตินอล ประสิทธิภาพสูง พร้อมสารป้องกันแสงแดดSPF35 PA++ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส ภายใน 7 วัน

วิธีใช้: ใช้เป็นประจำทุกเช้าบนใบหน้าและลำคอ หลังทำความสะอาด

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ไนท์ ครีม

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ อายครีม ช่วยบำรุง กระชับผิวรอบดวงตา

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ไนท์ ครีม ผสานส่วนผสมของ โปร-เรตินอล และ เดอร์มาลิฟท์ เทคโนโลยี เข้าฟื้นบำรุงให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นภายใน 1 คืน และลดริ้วรอย ให้ผิวกระชับ และดูอ่อนเยาว์ประดุจเผยผิวใหม่ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

วิธีใช้: ใช้เป็นประจำทุกคืนบนใบหน้าและลำคอ หลังทำความสะอาด

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ มิลค์กี้ โทนเนอร์


Image 2

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ มิลค์กี้ โทนเนอร์ นวัตกรรมที่ช่วยปรับสภาพผิว มาพร้อมกับส่วนผสมขอ โปร-เรตินอล ไดเปป์ไทด์ และวิตามินซีจี เพื่อมอบผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย ให้คุณมีผิวที่ดูเยาว์ได้อย่างมั่นใจ

วิธีใช้ : ใช้เป็นประจำ โดยทาให้ทั่วทั้งบนใบหน้าและลำคอ หลังทำความสะอาด


ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เฟิร์มมิ่ง อิมัลชั่น


Image 1

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เฟิร์มมิ่ง อิมัลชั่น นวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อมกับการผสานพลังของ โปร-เรตินอล ไดเปป์ไทด์ และวิตามินซีจี ช่วยเติมเต็มริ้วรอย พร้อมยกกระชับ และบูสผิวสวย ให้กระจ่างใสขึ้น

วิธีใช้ : ใช้เป็นประจำ โดยทาให้ทั่วทั้งบนใบหน้าและลำคอ หลังทำความสะอาด


ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เฟเชียลครีม


Image 4

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดย์ครีม ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรกลางวัน ด้วยการผสานพลังของ โปร-เรตินอล ไดเปป์ไทด์ และวิตามินซี ลดเลือนริ้วรอยที่ 8 จุดสำคัญ^ ผิวดูกระชับ ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
^8 จุดสำคัญได้แก่ 1.หน้าผาก 2. ระหว่างคิ้ว 3. รอบดวงตา 4. รอยตีนกา 5. ริ้วรอยร่องแก้ม 6. ร่องมุมปาก 7. คอ 8. ริ้วรอยทั่วใบหน้า

วิธีใช้ : ใช้เป็นประจำทุกเช้าบนใบหน้าและลำคอ หลังทำความสะอาด


ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ไนท์ครีม


Image 5

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ไนท์ครีม ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรกลางคืน ด้วยประสิทธิภาพของ โปร-เรตินอล ไดเปป์ไทด์ และวิตามินซี ช่วยเข้าฟื้นบำรุง ลดเลือนริ้วรอยที่ 8 จุดสำคัญ^ ผิวดูกระชับ เพื่อ ผิวดูอ่อนเยาว์ชั่วข้าวคืน
^8 จุดสำคัญได้แก่ 1.หน้าผาก 2. ระหว่างคิ้ว 3. รอบดวงตา 4. รอยตีนกา 5. ริ้วรอยร่องแก้ม 6. ร่องมุมปาก 7. คอ 8. ริ้วรอยทั่วใบหน้า

วิธีใช้ : ใช้เป็นประจำทุกคืน โดยทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ หลังทำความสะอาด


ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ อายครีม


Image 3

ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ อายครีม ครีม ครีมบำรุงรอบดวงตา ด้วยส่วนผสมของ โปร-เรตินอล ไดเปป์ไทด์ และคาเฟอีน ที่จะช่วยฟื้นบำรุงลดเลือนริ้วรอย และความหมองคล้ำ ให้กระชับผิวรอบดวงตา เรียบเนียน ดูสดใส

วิธีใช้ : ใช้เป็นประจำทุกวัน โดยทาบริเวณรอบดวงตาได้ทั้งเช้าและเย็น


เจาะลึกสูตรเรตินอล L'Oreal

นวัตกรรมล้ำหน้าจากสถาบันวิจัยลอรีอัลได้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผิวแต่ละช่วงวัยได้อย่างแม่นยำ มาดูการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เรตินอล loreal ยอดนิยม เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกสูตรที่ใช่สำหรับผิวที่สุด

เจาะลึกสูตรเรตินอล L'Oreal

ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง

ความเชื่อมั่นในสกินแคร์เริ่มต้นจากการเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ จากรีวิวเรตินอลของผู้ใช้งานจริงและผลการทดสอบทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ภายในระยะเวลา 4-8 สัปดาห์ ผิวจะดูเรียบเนียน ริ้วรอยร่องแก้มและรอยตีนกาดูตื้นขึ้น รวมไปถึงความกระชับของผิวที่กลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง

เคล็ดลับในการใช้เรตินอลในการบำรุงผิว ของคุณ

ถึงแม้ว่าเรตินอลจะมีบทบาทสำคัญในการบำรุงผิว ของคุณ แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวเท่านั้นในการดูแลผิวให้สวยและดูอ่อนเยาว์ คุณยังต้องมีขั้นตอนอื่นๆในการดูแลผิวอีกด้วย

  1. ล้างหน้าวันละ2 ครั้ง นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะการันตีให้ผิวคุณดูสวย โดยเฉพาะการล้างหน้าในตอนกลางคืนเพื่อขจัดสิ่งสกปรก ความมัน และเครื่องสำอาง ที่สะสมมาทั้งวัน เราแนะนำให้ใช้ ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ มิลกี้ เคลนซิ่ง โฟม ค่ะ
  2. ทาครีมกันแดดทุกวัน อย่างที่เราบอกไว้แล้วว่าครีมกันแดดเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นพิเศษสำหรับสาวๆที่จะใช้เรตินอล ข้อมูลจาก Skin Cancer Foundation มาเสริมอีกว่าการที่เราไม่ปกป้องผิวจากแสงแดด จะสามารถทำให้ริ้วรอยและจุดด่างดำ คุณควรจะใช้ครีมกันแดดที่ปกป้องจาก UVA และ UVA เราแนะนำให้ใช้ ยูวีดีเฟนเดอร์ ไบรท์ แอนด์ เคลียร์

    เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนใช้กันแดด


  3. ผลัดเซลล์ผิวเก่า ขจัดเซลล์ผิวเก่าด้วยการใช้สครับหรือ Alpha Hydroxy Acid (AHA) ที่อ่อนโยนต่อผิวอาทิตย์ละ1-2 ครั้ง ขั้นตอนนี้สำคัญเพราะว่า เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวเก่าจะลดลง ทำให้หน้าดูหมองคล้ำ
  4. ดูแลบริเวณรอบดวงตาเป็นพิเศษ ดวงตาไม่เพียงแต่เป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่มันยังสะท้อนให้เห็น ถึงอายุของคุณได้ดีเช่นกันเราแนะนำให้ใช้ ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ อาย ครีม ซึ่งก็มีส่วนผสมของโปร-เรตินอลเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

เรตินอลใช้ตอนไหนดีที่สุด

ช่วงเวลาที่เหมาะสมและทรงประสิทธิภาพที่สุดคือการใช้เรตินอลตอนกลางคืน เนื่องจากสารสกัดจะทำงานได้เต็มที่ในช่วงที่เซลล์ผิวได้รับการพักผ่อนและฟื้นฟูตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นการหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงหลังทาเสร็จใหม่ ๆ ซึ่งช่วยลดโอกาสการระคายเคืองได้ดี

เรตินอลทำให้ผิวแห้งไหม

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของการเริ่มใช้ อาจทำให้ผิวรู้สึกแห้งหรือลอกเป็นขุยได้บ้าง ซึ่งเป็นกลไกปกติของการผลัดเซลล์ผิว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทับเสมอ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและป้องกันไม่ให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

เรตินอลเหมาะกับผิวแบบไหน

สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ควรให้ความสำคัญกับการเลือกความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดก่อน และทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขนหรือกรอบหน้าก่อนใช้จริงเสมอ

ใช้เรตินอลแล้วต้องทากันแดดไหม

การใช้เรตินอลกับครีมกันแดดคือกฎเหล็กที่ห้ามละเลยอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเรตินอลทำให้ผิวชั้นนอกบางลงและไวต่อรังสียูวีมากขึ้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างต่ำในทุก ๆ เช้า จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญไม่ให้ผิวถูกแสงแดดทำร้ายจนเกิดรอยคล้ำและฝ้าฝังลึก

อ้างอิง

https://my.clevelandclinic.org/health/articles/10980-understanding-the-ingredients-in-skin-care-products
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17515510
https://www.fda.gov/drugs/special-features/sun-and-your-medicine